ประวัติ ต้อง รังสิต นักร้อง Cover Music Youtube

tong-rangsit-pass-away_cover_

ถ้าพูดถึงนักร้อง ‘ต้อง รังสิต’ หรือ ศิวดล ทองดี หลายๆคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อของเขามาก่อน แต่สำหรับผู้ชอบการฟังเพลง Cover ทาง Youtube หลายๆ อาจจะรู้จักเขาดี ด้วยน้ำเสียงอันไพเราะสะกดใจใครหลายๆ ทำให้เขามีชื่อเสียงในกลุ่มคนชอบฟังเพลง Cover  สำหรับ ‘ต้อง รังสิต’ เขาเป็นผู้ชายร่างใหญ่ มีเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ สไตล์เพลงที่เขาถนัดคือ Acoustic โดยเขาจะนำเพลงที่ได้รับความนิยมในช่วงเวลานั้นมาขับร้องใหม่ในแบบของตัวเอง โดยผลงานที่ทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จัก คือ เพลง Lost Stars (เพลงประกอบภาพยนตร์ Begin Again) จนกระทั่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากใน Youtube อีกทั้งยังรับงานร้องเพลงตามร้านอาหารและสถานบันเทิงอีกด้วย ต่อมาเขาได้เป็นเจ้าของบทเพลงดัง ‘สักวันที่ฉันมีเธอ’ ซึ่งคู่รักหลายๆ คู่นิยมนำไปเปิดในงานแต่งงาน ด้วยเสียงอันนุ่มนวลและอบอุ่น รวมถึงทักษะการเขียนเพลง ค่ายสหภาพดนตรีจึงชวนมาร่วมงาน เพื่อร่วมออกอัลบั้ม Duo ในนาม ‘ต้อง & เจนนี่’ ร่วมกับ เจนนี่-ศุทราอร หาญถนอม

แต่แล้วเหตุการณ์ที่หลายๆ คนไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อ ‘ต้อง รังสิต’ เสียชีวิตอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว…โดยเรื่องราวอันน่าเศร้านี้ เกิดเมื่อวันที่ 21 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 คาดว่าสาเหตุอาจมาจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ชายผู้มีความสามารถทางดนตรีคนนี้ จากไปในวัย 38 ปี หลังจากทราบผลการชันสูตรจากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รังสิต อย่างเป็นทางการ ก็จะจัดให้มีการสวดพระอภิธรรมศพ ณ วัดเขียนเขต พระอารามหลวง อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

ใน Facebook ส่วนตัวของ ‘ต้อง รังสิต’ ได้มีโพสต์แจ้งข่าวขึ้นมา โดยผู้โพสต์คือน้องชายของต้อง ข้อความนั้นเขียนว่า  “เมื่อเช้าพี่ต้องเสียแล้วครับ เพื่อนๆ พี่ๆ ถ้าต้องการติดต่ออะไรให้โทรไปยังเบอร์พี่ต้อง หรือ เบอร์ 0972482453, 0924258777 ต้อ” จากนั้นก็มีผู้แฟนคลับที่ติดตาม รวมถึงเพื่อนๆ ได้เข้ามาแสดงความเสียใจอย่างคับคั่ง

ทางด้าน เจนนี่ นักร้องสาวคู่หู ก็ได้ตั้งสติโพสต์ข้อความไว้อาลัยถึงนักร้องเสียงดีผู้ที่จากไปอย่างกะทันหันว่า ” หลับให้สบายนะต้อง ตอนนี้เจนทำอะไรไม่ถูกเลย คงบอกได้แค่ว่า ความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตอีกอย่างหนึ่ง คือ การที่เราทั้ง 2 ได้เคยร่วมงาน , ร้องเพลง , เดินทางไปด้วยกัน ด้วยรักและอาลัย ต้องจะอยู่ในใจของเจนและทุกคนเสมอ”

เพลง Cover ของ ‘ต้อง รังสิต’ ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ได้แก่….

  • Please don’t ask (Popsicle Acoustic Cover)
  • เหนื่อย Silly Fools (Acoustic Cover)
  • แกล้ง Silly Fools (Acoustic Cover)
  • เธอกลับมาเพื่อหมุนเข็มนาฬิกาให้เดินกลับหลัง (Acousitc Cover)

คุกกี้เสี่ยงทาย Koisuru Fortune Cookie (BNK48 Acoustic Cover) เป็นต้น

ปั้น แบชเชอร์ เพลง “มือ” แต่งเองจากเรื่องจริง

ปั้น แบชเชอร์ ศิลปินหนุ่มที่มีความสามารถของทางค่ายจีนีเรคคอร์ดส เจ้าของผลงานเพลงอย่าง แกล้ง และที่ประสบความสำเร็จที่สุดอย่าง คนไม่ใช่คือไม่ใช่ วันนี้เขาได้กลับมาพร้อมกับผลงานเพลงซิงเกิ้ลที่สามในชื่อเพลงว่า “มือ” คำสั้นๆ ที่มีความหมาย ที่สะท้อนถึงเรื่องราวที่น่าเศร้าของชีวิตคู่ที่พยายามจะใช้ชีวิตร่วมกันแต่ก็พังทลายลงไปในพริบตา ด้วยบทเพลงที่ซึ้งกินใจ เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ล้นออกมาจากเสียงและบทเพลง แล้วในตัวเอ็มวีที่ก็ทำออกมาดียังกลับหลุดมาจากละครสุดดราม่าของช่องดัง โดยจากทางเจ้าตัวนั้นได้ออกมาเปิดใจพูดคุยถึงเพลงนี้วามันอ้างอิงมาจากเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นจริงของเขาในอดีตที่ผ่านมา และนี่คือส่วนหนึ่งที่เขาได้เปิดอกพูดออกมา

โดยปกติแล้วผมมักจะสร้างเพลงที่เป็นเรื่องราวของตัวเอง ทำให้เวลาสร้างสรรค์ผลงานเพลงนั้นมันสามารถสื่อออกมาได้เหมือนกับภาพย้อนในอดีตที่มีชีวิต และเต็มไปด้วยความรู้สึก ถ้าจะให้ผมพูดเกี่ยวกับเพลงนี้ก็คงจะเปรียบได้กับว่ามันเป็นแก้วที่แตกไปแล้ว จะซ่อมมันยังไงก็คงจะกลับมาไม่เหมือนเดิม สาเหตุที่มันแตกก็เกี่ยวข้องกับคำว่ามือ ก็คือมือของคนที่ผมรักนั้นที่ยืนไปหาคนอื่น หรือจะพูดว่ามือที่สามก็คงได้มั้ง โดยเรื่องราวนี้ผมก็ได้เล่าให้พี่ป้อมฟัง และก็ได้แรงสนับสนุนจากพี่ป้อมนี่แหละในการทำเพลงนี้ขึ้นมา โดยพี่แกก็เป็นที่ปรึกษาให้ตลอดเวลา ว่าควรแก้ไขตรงไหน เติมตรงนั้นดีไหม หรือเอาตรงนั้นออกไหม โดยปกติแล้วผลงานเพลงที่ผ่านมาของมันมักจะเป็นแนวเจ็บแล้วจำ แต่พอมาทำเพลงนี้ที่ต้องมาแสดงว่าเรารับไม่ได้กับเรื่องที่เกิด และมันก็ยังคงเป็นอยู่อย่างนั้น ทำให้มีปัญหาเหมือนกันจนต้องมีช่วงให้พี่ๆ แกมาบิ้วอารมณ์ให้เลย

ในส่วนของด้านเอ็มวีนั้น จะเป็นการเล่าเรื่องของคู่รักที่อยู่ด้วยกันมาระยะหนึ่ง และจู่ๆ นางเอกก็เอ่ยออกมาว่าอยากได้แหวนที่เป็นรูปดาวจนทำให้คนรักของเขาต้องไปหามาให้ แต่จะไปซื้อก็คงไม่ดี เลยตัดสินใจจะทำขึ้นด้วยมือตัวเอง แต่เรื่องกลับตาลปัดเมื่อนางเอกออกไปคบกับผู้ชายที่หล่อและรวยกว่า ในระหว่างนั้นนางเอกก็เริ่มแสดงอาการตีตัวออกห่างอย่างชัดเจน จนในวันหนึ่งพระเอกก็ไปเจอเข้ากับตา สุดท้ายแล้วพระเอกของเราจะจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้ต้องติดตามเอ็มวีเพลง มือ ได้ผ่านช่องทางยูทูป

เกทสึโนว่า แต่งเพลง “ชีวิตที่มีชีวิต” ให้คนเรามาใช้ชีวิตอยู่แบบนอกกรอบ

Getsunova music Black

ถ้าพูดถึงวง GETSUNOVA น้อยคนที่จะไม่รู้จัก 4 หนุ่มเจ้าสเน่ห์ขวัญใจแฟนๆ ชาวไทย ได้กลับมาอีกครั้งกับการเปิดตัวเพลงซิลเกิ้ลตัวใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า ชีวิตที่มีชีวิต เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงการออกไปใช้ทุกชีวิตให้คุ้มค่าในแต่ละวัน อย่ามั่วแต่ก้มหน้าอยู่เฉยๆ หายใจทิ้งไปวันๆ โดยตัวเพลงมีเนื้อหาที่สนุก และเป็นตัวช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกๆ คนที่ออกตามหาเป้าหมายของตัวเอง ด้วยความร่วมมือจากระดับเทพของวงการเพลงอย่าง อ๊อฟ บิ๊กแอส ที่ล่าสุดก็ไปช่วยงานกับพี่ตูนในผลงานเพลงใหม่ของเขาเช่นเดียวกัน

โดยในเอ็มวีประกอบเพลงนั้นจะเป็นการเล่าเรื่องราวชีวิตจริงของทั้ง 4 หนุ่มของวง GETSUNOVA ที่กว่าจะประสบความสำเร็จแบบทุกวันนี้ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวอะไรมาบ้าง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ คนว่าอย่าท้อแม้ว่าจะมีอุปสรรคมากมายใหญ่โตแค่ไหน ความพยายาม อย่างไม่ท้อถอยจะประสบความสำเร็จเข้าในซักวัน โดยทางด้านการประสบความสำเร็จนั้นตัวเอ็มวีนั้นมียอดวิวเพียง 3 ล้านครั้งตั้งแต่ถูกอัพโหลดขึ้น Youtube เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา

และนี่คือคำพูดส่วนหนึ่งของพวกเขาที่ได้กล่าวทิ้งท้ายเชิญชวนแฟนๆ เอาไว้ “เพลงชีวิตที่มีชีวิตนั้น มันเป็นเพลงที่แต่งมาจากเรื่องจริงที่อิงตามชีวิตของพวกเราทั้ง 4 คนครับ พวกเรามีความสุข และก็มีความทุกข์พร้อมกัน มีความฝันที่ต้องการเติมเต็ม และไม่คิดที่จะให้กรอบมาบดบังพวกมันเอาไว้ พวกเราทั้ง 4 คนถ้าพูดกันจริงๆ ก็คือมีธุรกิจครอบครัวกันเกือบทุกคน บางทีเราก็ต้องตัดสินใจว่าระหว่างชีวิตจริง กับชีวิตที่เราฝัน สิ่งไหนมันจะไปรอดกว่ากัน ไม่ผิดที่ใครจะเลือกอะไรหรอกครับ แค่ขอให้ทำให้ดีที่สุด ชีวิตของเรา เราจะทำอะไรก็ได้ อย่ามัวแต่อยู่ในกรอบ ถ้าคุณกล้าที่จะฝัน คุณก็ควรกล้าที่จะลงมือทำอะไรที่มันยิ่งใหญ่ดูซักครั้ง ถ้ามัวแต่ติดอยู่ในกรอบเราก็จะไม่มีความสุขกับมันเลย”

และนี่คือคำพูดเล็กๆ น้อยๆ ที่ให้แนวคิดในการใช้ชีวิตของชายหนุ่มทั้ง 4 คนที่เลือกจะเดินตามความฝันในการเดินนักร้อง แทนที่จะทำกิจการครอบครัวอยู่ที่บ้านสบายๆ โดยไม่ต้องมาเหนื่อยเป็นศิลปิน แต่ด้วยความชื่นชอบ และความรักในอาชีพนักร้อง ทำให้พวกเขาตัดสินใจเลือกเดินทางนี้ และจะพัฒนาตัวเองให้ก้าวต่อไปสู่ความสำเร็จที่รออยู่ในอนาคต

ฝีมือ BTS คว้ารางวัล BBMAs ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

BTS คว้ารางวัล BBMAs Happy

กลุ่มศิลปินบอยแบนด์ BTS ของประเทศเกาหลีที่มีฐานแฟนๆ มากมาย จนไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลที่สุดมีเกียรติอย่าง Top Social Artist Award ประจำปี 2018 ของ Billboard Music Awards ในคืนวันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม ซึ่งภายในงานมีศิลปินที่มีชื่อเสียงแถวหน้าระดับโลกร่วมงานมากมาย แซงหน้าซุปเปอร์สตาร์อย่าง Justin Bieber และ Demi Lovato ในการได้รับรางวัลสองปีซ้อน วง BTS กลายเป็นกลุ่มศิลปินเกาหลีแรกที่ได้แสดงในงาน Billboard Music Awards ด้วยการเปิดตัวเพลงใหม่ “Fave Love” ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกหลังจากจบรายการ

โดยสถานที่จัดงาน Billboard Music Awards นั้นจัดอยู่ใน MGM Grand Garden Arena ในใจกลาง Las Vegas ทื่ถือว่าเป็นศูนย์กลางความบันเทิงของโลกที่มีชื่อสูงที่สุด และเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะใช้เป็นสถานที่มอบรางวัล เพื่อเป็นเกียรติแก่บรรดาศิลปิน ผลจากการได้รับรางวัลครั้งที่มาจากฐานแฟนเพลงที่มีอย่างมหาศาลด้วยผลการโหวตผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Billboard และผ่านช่องทาง Twitter โดย BTS ได้เข้ารับการเสนอชื่อร่วมในรายการเดียวกันกับศิลปินชื่อดังมากมาย เช่น Justin Bieber, Ariana Frande, Demi Lovata และ Shawn Mendes ก่อนที่วง BTS จะได้รับรางวัล Top Social Artist Awards ครั้งแรกในปี 2017 รางวัลเป็นของ Justin Bieber ที่ได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี นับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา ถือเป็นการโค่นตำนานศิลปินที่เป็นขวัญใจวัยรุ่นมาอย่างช้านาน

หลังจากขึ้นไปรับรางวัลบนเวที หัวหน้าวงได้กล่าวกับทุกคนว่า “ขอขอบคุณทาง Billboard Music Awards เป็นอย่างมากสำหรับการให้เกียรติพวกเราในครั้งนี้ และเราตระหนักดีแล้วว่าพลังทางสังคมนั้นมีความหมายกับพวกเขามากเพียงใด ขนาดถึงที่แฟนๆ บางคนบอกว่าเพลงของเรานั้นสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาได้ และตอนนี้เราสามารถรับรู้ได้แล้วถึงความจริง” นอกจากนี้ Jimin ยังกล่าวกับแฟนๆ เป็นภาษาเกาหลีอีกว่า “รางวัลนี้เป็นรางวัลสำหรับทุกคนโดยเฉพาะพวกทุกคนที่ให้การสนับสนุนเรา และเราขอขอบคุณเป็นอย่างมาก พวกเรารักพวกคุณทุกคน”

ชัยชนะครั้งนี้ของ BTS แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีแรงสนับสนุนทางโซเชียลมีเดียมากมายขนาดไหน และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี เห็นได้ชัดจากกิจกรรมภายใน Twitter ที่มีการพูดคุยและตอบกลับมากกว่า 1 ล้านไลค์ และมากกว่า 400,000 reweet การกลับมาของพวกเขาครั้งนี้มาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ในชื่อ Love Yourselft: Tear โดยมีเพลงเด่นๆ เลยคือ Fake Love ถือเป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และทำลายสถิติบน Youtube เป็นที่เรียบร้อยด้วยจำนวนยอดผู้ชมกว่า 188 ล้านวิวในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน

วงการเพลงแร็ปกำลังกลับมา The rapper

Show me The Money Vs Rapper

หรือนี้จะเป็นการกลับมาอีกครั้งของความรุ่งเรืองของกลุ่มศิลปินแร็ปเปอร์ ที่มีแนวโน้มว่าจะกลับมาฮิตเป็นพุแตกอีกครั้งในประเทศไทย จากการจัดการการเพลงที่เกี่ยวข้องกับการร้องเพลงแร็ปชื่อดังที่รู้จักกันดีในตอนนี้อย่าง THE Rapper ซึ่งถือว่าเป็นงานประกวดเวทีผ่านหน้าจอทีวีก็คงได้ โดยรายการนี้อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของทางช่อง Workpoint Entertainment ซึ่งตอนนี้ก็ได้ฉายาไปแล้วกว่าหลายตอน ซึ้งจะฉายผ่านช่อง Workpoint 23 ในทุกๆ วันจันทร์ เวลา 20.10 น.

The Rapper ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มสังคมชาวแร็ป ในด้านการสนับสนุนเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูล หรือด้านบุคลากรที่จำเป็นในรายการ โดยตอนนี้รายงานมีกรรมการมากกว่า 8 คน ที่จะมาช่วยเฟ้นหาสุดยอดนักแร็ปของประเทศไทยได้แก่ โจอี้บอย, ขันเงิน, กอล์ฟ, ปู่จ๋านลองไมค์ และสมาชิกคนอื่นๆ โดยรายการจะเป็นการคัดเลือกผู้สมัครในขั้นแรกผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้ผู้สนใจได้เข้ามาลงทะเบียนขอเขาร่วมออดิชั่น โดยจะต้องทำการแร็ปจำนวน 1 เพลง เพื่อให้บรรดาโค้ชได้ตัดสินใจความสามารถว่าจะเลือกเข้าทีมตัวเองดีหรือไม่ โดยที่นั่งของโค้ชแต่ละคนจะมีปุ่มสำหรับเหยียบเพื่อส่งสัญญาณ แต่การตัดสินใจว่าใครจะได้ไปอยู่ทีมไหนนั้นเป็นเรื่องของโปรดิวเซอร์ทั้งสองคนที่จะเป็นคนตัดสินใจ

ทางช่อง Workpoint ถือว่าทำการบ้านมาดีเป็นอย่างมาก จากปกติที่ช่องนี้มีฐานคนดูที่มากอยู่แล้ว และรายการนี้ยังดึงศิลปินดังๆ มากมายที่เป็นขวัญใจแฟนๆ จึงตามมาดูความตลก และสนุกสนานของพวกเขาพร้อมกับเอาใจลุ้นน้องๆ ทุกคนที่มีความสามารถให้ผ่านเข้ารอบไปได้ด้วยดี ปัจจุบันนี้ The Rapper ถูกพูดถึงกันเป็นวงกว้าง และยังคงมีฐานคนดูที่เพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์

ตอนนี้ได้มีคู่แข่งจากทางบริษัท True ที่ได้ทำรายการกระปวดแร็ปเช่นเดียวกันในชื่อ Show me The Money Thailand หรือ SMTM ที่บินตรงมาจากเกาหลีกันเลยทีเดียว โดยต้นฉบับในเกาหลีนั้นเข้าสู่ซีซั่นที่ 6 กันแล้ว และสังคมคนไทยถือว่านิยมวัฒนธรรมเพลงเกาหลีมาก โดยเฉพาะในด้าน K-Hiphop ทาง True ลองมองเห็นโอกาสนี้จึงคว้าตัวมาไว้ โดยได้ศิลปินดังๆ มาร่วมรายการได้แพ้กับ The Rapper เลยอย่าง ทีม Buddha Bless, DAJIM DAJAZZ, SUNNYCASH โดยรายการจะฉายทุกวันอังคารเวลา 20.30 น โดยการแข่งขันจะแบ่งเป็น 3 รอบ หากใครชนะรอบสุดท้ายก็จะรับเงินรางวัลไปเลยคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท พร้อมกับบินตรงไปเกาหลีเพื่อร่วมรายการในซีซีนที่ 7 ของ SMTM งานนี้ใครจะอยู่ ใครจะไปต้องติดตามชมกันครับ

‘ใส่ใจ’ เพลงความหมายดีๆ ของคนทุ่มเท จาก ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย

Toon bodyslam Family music

ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย ชื่อนี้ไม่รู้จักเรียกว่าเสียชาติเกิด สำหรับชายคนนี้ที่พยายามอย่างหนักเพื่อสังคม ไม่ว่าจะออกงานช่วยเหลือสังคมอย่างการวิ่งที่เพิ่งจบไปไม่นานนี้ เพื่อการระดมทุนเงินบริจาคช่วยเหลืออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับทางโรงพยาบาลที่ขาดแคลน และปัจจุบันเพิ่งจะฟื้นตัวจากเส้นเสียงอักเสบมาได้ไม่นานนี้เอง หลังจากที่เพิ่งยกเลิกงานแสดงไปกว่าสิบรายการเพราะสาเหตุนี้ ครั้งนี้พี่ตูนกลับมาพร้อมกับเอ็มวีเนื้อหาลึกซึ้งที่เพิ่งถ่ายทำเสร็จปุ๊บ ก็ส่งขึ้นให้แฟนๆ ได้ดูกันเลยทีเดียว

โดยชื่อเพลงนั้นใช้คำว่า “ใส่ใจ” ที่ได้รับการร่วมมือจากศิลปินเก๋าๆ หลายคนอย่างออฟ วงบิ๊กแอส ภายใต้ Brand Endorser ของทางบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง ในสโลแกนที่ว่า พฤกษา ใส่ใจ เพื่อทั้งชีวิต เพื่อเป็นการฉลองวันครบรอบ 25 ปีในการดำเนินกิจการของบริษัท และคิดว่าเป็นการดีที่จะนำศิลปินระดับแนวหน้ามาช่วยเป็นตัวแทนในการสื่อจุดมุ่งหมายของพวกเขาผ่านบทเพลงที่ถูกแต่งขึ้นมาอย่างดี และขับร้องโดนศิลปินขวัญใจชาวไทยทุกคน

โดยเนื้อหาภายในเอ็มวีนั้น จะเป็นการเล่าเรื่องของผู้ชายผู้หนึ่งที่มีความคิด และความฝันที่ต้องการทำเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของตัวเองให้สำเร็จ เหมือนกับที่ทุกคนมี คือการมีสถานที่ซักแห่งที่เราสามารถเรียกเต็มปากได้ว่าบ้านแสนสุขแต่การจะได้มานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จะต้องทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจมากมายเพื่อทำงานเพื่อให้ได้เก็บเงินสะสมพอที่จะสร้างตัวและยืนหยัดได้ในสังคมโดยไม่ต้องลำบากใคร

โดยพี่ตูนได้บอกกับทุกคนว่า สถานที่ๆ เรียกว่าบ้านนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของทุกๆ คน เราต้องมีบ้านหลังแรกหลังจากที่เกิด และสุดท้ายแล้วเราก็ต้องมีบ้านสำหรับครอบครัวของเรา เป็นบ้านสำหรับชีวิตน้อยๆ ที่จะเกิดมาในครอบครัว และคิดว่าเพลงใส่ใจ นั้นจะช่วยเป็นแรงกำลังใจให้กับบุคคลเหล่านี้ ที่กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อใครซักคนที่คุณรัก และผมอยากให้พวกเขานั้นทำต่อไป เพราะการเดินถอยหลังไม่ใช่คำตอบของความสำเร็จ และขอให้คิดดีทำดี สิ่งนี้จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิต และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับแฟนๆ เป็นอย่างดีสำหรับเอ็มวีนี้ ถึงแม้ว่าอยู่ภายใต้การโฆษณาของบริษัทอสังหาฯ ก็ตาม แต่สำหรับแฟนๆ ก็รู้สึกโล่งอกที่พี่ตูนของเรานั้นกลับมาแข็งแรงและรับงานได้อย่างเคย และหวังว่าจะมีการแสดงงานคอนเสิร์ตครั้งใหม่ในเร็วๆ นี้

BroSis ความเพราะระดับสุดยอดที่จะทำให้คุณหลง

สิ่งที่ต้องยอมรับในปัจจุบันของวงการเพลงที่เปลี่ยนไปอย่างมากตั้งแต่อดีตส่วนหนึ่งก็มาจากเทคโนโลยีที่พัฒนาก้าวไกลมากยิ่งขึ้นทำให้การฟังเพลงเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น สมัยก่อนการจะก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินต้องผ่านการคัดสรรต่างๆ มากมาย การจะได้มีโอกาสฟังเพลงสักเพลงต้องหาซื้อเทป ซีดี วีซีดี หรือไม่ก็ต้องฟังตามคลื่นวิทยุ ทว่าสมัยนี้ทุกอย่างเปลี่ยนแทบจะใหม่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการก้าวเข้าสู่วงการเพลงทำได้ง่ายเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทำให้เราสามารถร้องเพลงแล้วเผยแพร่สู่โลกโซเชียลได้อย่างสบายๆ เช่นเดียวกับการหาเพลงฟังเราก็สามารถหาฟังในอินเตอร์เน็ตได้ง่าย ทำให้การร้องเพลงที่เรียกว่า cover หรือ การร้องเพลงจากต้นฉบับเดิมกลายเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยม นักร้องหลายๆ คนทุกวันนี้เกิดขึ้นมาจากการร้องเพลงแบบ cover ซึ่งหนึ่งในนักร้องนักดนตรีที่กำลังโด่งดังอย่างมากจากการร้องเพลง cover ก็คือวง BroSis

รู้จักกับวง BroSis นักร้อง cover ที่กำลังเป็นกระแส

สำหรับสมาชิกวง BroSis ประกอบไปด้วยพี่น้องหญิงชายสองคน คือ มาร์แชล นักร้องนักดนตรีสาวที่เป็นทั้งนักร้องนำและมือกีตาร์ ส่วนชายหนุ่มอีกคนมีชื่อว่า เฟนเดอร์ มีหน้าที่เล่นดนตรีต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นกีตาร์, เปียโน, เบส, กลอง ทั้งคู่เป็นพี่น้องที่เกิดในครอบครัวดนตรีโดยมีพ่อกับแม่สนับสนุนในการเล่นดนตรีมาตั้งแต่เด็กๆ มักชอบที่จะเล่นร่วมกับที่บ้านเป็นประจำถ้าหากว่ามีเวลาว่างตรงกัน พอโตขึ้นมาในยุคที่ทุกคนสามารถแสดงความสามารถผ่านช่องทางออนไลน์ได้จึงได้มีแนวคิดว่าอยากลองทำช่องเป็นของตัวเองพร้อมกับการ cover เพลงให้มีความน่าสนใจจึงได้เริ่มต้นทำในสิ่งที่รักพร้อมมีความคาดหวังว่าจะต้องประสบความสำเร็จให้จงได้ ด้านของชื่อวงนั้นจริงๆ ก็คิดชื่อไม่ออกและไม่รู้จะตั้งชื่อวงว่าอะไรประกอบกับการเป็นพี่น้องของสองคนจึงได้ออกมาเป็นชื่อว่า The BroSis จุดเด่นของวงพี่น้อง cover วงนี้ก็คือ มาร์แชล จะค่อนข้างเสียงขึ้นจมูกนิดหน่อยพร้อมกับการสื่ออารมณ์ของเพลงที่ร้องที่เล่นได้อย่างเข้าถึง ส่วนเฟนเดอร์จะเป็นลีลาการเล่นที่ดูเหมือนเรียบเฉยแต่ลูกเล่นแพรวพราวสุดๆ

ในส่วนของเพลงที่ cover ก็จะเน้นเพลงกระแสหรือเพลงที่กำลังมาในยุคนี้ซึ่งก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายเพลง ปัจจุบันสามารถติดตาม The BroSis ได้ทั้งทาง Youtube Channel และ Facebook รับรองว่าใครที่ชื่นชอบการฟังเพลงแนว cover ด้วยการนำเพลงต้นฉบับมาเรียบเรียงและร้องขึ้นมาใหม่ให้เป็นอีกสไตล์จะต้องชอบอย่างแน่นอนกับวงๆ นี้

ตูน Bodyslam นักวิ่งที่คว้าใจผู้คนทั้งประเทศไทยเพื่อโรงพยาบาล

Bodyslam Running Thailand

พูดถึงผู้ชายที่คนทั่วประเทศรู้จักเขาไม่ใช่ในฐานะของการเป็นศิลปินวงร็อกเพียงอย่างเดียวแต่คนทั่วประเทศยังรู้จักเขาในฐานะของชายผู้ยิ่งใหญ่สำหรับการใช้แรงกายของตนเองเพื่อหาเงินให้กับโรงพยาบาลในประเทศไทยกับโครงการอย่าง ก้าว… คนละก้าว ถือว่าเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นจิตสำนึกให้คนไทยทั้งหลายได้เข้าใจในความเป็นตัวตนของผู้ชายคนนี้มากขึ้นที่ไม่ใช่แค่ความเป็นศิลปินแต่เขายังเป็นคนที่ทำเพื่อคนไทยทั่วประเทศนอกจากนี้ยังทำให้คนไทยทั้งหลายร่วมใจกันสร้างความรักความสามัคคีให้กับประเทศชาติได้อย่างไม่มีที่ติ ซึ่งข่าวการวิ่งของพี่ตูน บอดี้สแลมถือว่าเป็นกระแสไม่ใช่แค่ประเทศไทยเพียงอย่างเดียวแต่ยังเป็นกระแสที่โด่งดังไปทั่วโลกอีกด้วยกับการวิ่งจากภาคใต้สุดไปยังภาคเหนือสุดด้วยระยะทางหลายพันกิโลเมตร

ข่าวพี่ตูน บอดี้สแลมกับการเป็นพี่เลี้ยงให้กับก้อย รัชวิน การวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 32 กม.

หลังการวิ่งที่เป็นกระแสครั้งใหญ่ของพี่ตูน บอดี้สแลม นอกจากคนไทยจะได้ทำความรู้จักกับผู้ชายคนนี้มากขึ้นแล้ว หนึ่งสาวที่คอยวิ่งเคียงข้างเขาอยู่เสมอก็คือ สาวก้อน รัชวิน แฟนสาวของพี่ตูน บอดี้สแลม ซึ่งคนไทยทั้งหลายต่างก็นับถือใจของผู้หญิงคนนี้อย่างแท้จริง แม้จะไม่ได้วิ่งทุกระยะทางเหมือนกับพี่ตูน แต่การที่เธอเสียสละความสุขความสบายด้วยการมาออกวิ่งระยะทางไม่ใช่น้อยๆ แบบนี้ก็ถือว่าเป็นการทำเพื่อคนไทยอย่างแท้จริงเช่นเดียวกัน ซึ่งเมื่อจบจากการวิ่งในโครงการก้าว…คนละก้าวแล้วเธอก็ยังคงเป็นคนที่ถูกพูดถึงอย่างมากโดยเฉพาะการที่เธอกลายเป็นคนที่รักการวิ่งไปโดยปริยาย ล่าสุดเธอก็ได้มีโอกาสลงวิ่งฮาล์ฟมาราธอนระยะทาง 32 กม. ซึ่งถือเป็นการวิ่งแบบจริงจังครั้งแรกในชีวิตทางด้านของพี่ตูน บอดี้สแลม เองงานนี้หวั่นเกรงว่าแฟนสาวอาจจะมีปัญหาเรื่องการวิ่งจึงอาสามาเป็นพี่เลี้ยงเพื่อช่วยแนะนำเทคนิคต่างๆ ในการวิ่งให้กับเธอ แม้จะมีการเตือนว่าเส้นทางที่เธอจะลงวิ่งนี้ค่อนข้างโหดไม่น้อย มีเนินเยอะแต่นั่นก็ไม่ทำให้เธอยกเลิกความตั้งใจแต่อย่างใด

ส่วนหนึ่งก็คงต้องบอกว่าเธอได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจากพี่ตูน บอดี้สแลม แฟนหนุ่มที่แสดงให้เห็นว่าการวิ่งนอกจากจะเป็นการออกกำลังกายที่ดีแล้วยังสามารถสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่นๆ ได้อีกมากมายซึ่งในที่สุดระยะทาง 32 กม. ของสาวก้อยก็สิ้นสุดที่ระยะเวลา 3.52 ชม. ถือเป็นการวิ่งที่ทรหดและน่านับถืออย่างยิ่งรวมถึงนับถือน้ำใจของพี่ตูน บอดี้สแลม กับการทำเพื่อคนไทยอย่างแท้จริงด้วย

น้าศร รวมพลคนดนตรี ร้องเพลงดีจนต้องหยุดฟัง

เสียงกรีดนิ้วลงบนสายกีต้าร์ ดังกังวานผสานกับเสียงร้องที่เข้าถึงอารมณ์เพลงเป็นความสามารถพิเศษของน้าศร มีชื่อจริงว่า ไกรสร โลหะรัตน์ คนจังหวัดนครศรีธรรมราช ความโชคร้ายทำให้น้าศรเป็นคนที่พิการด้านสายตามาตั้งแต่กำเนิด แต่ด้วยความรัก ความชื่นชอบในเสียงดนตรี ทำให้น้าศรพยายามที่จะเล่นดนตรีด้วยความตั้งมั่น ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคนที่มีความพิการทางด้านการมองเห็น แม้แต่เครื่องดนตรีที่เขาจับอยู่ แต่ว่าน้าศร ก็ได้ใช้ความพยายามหลายปีกว่าจะร้อยเรียงเสียงตัวโน๊ตเป็นเพลงได้อย่างเช่นทุกวันนี้

น้าศร เล่าว่าเริ่มแรกของการเล่นกีต้าร์ น้าศรไปแอบเล่นกีต้าร์โปร่งตัวหนึ่งของพี่ชาย เวลาที่พี่ชายไม่อยู่ ซึ่งน้าศรเองก็คิดว่าถ้าหากจะให้พี่ชายมาสอนเล่น ก็ไม่รู้ว่าพี่ชายจะสอนตัวเองแบบไหน เพราะตัวเองนั้นพิการทางสายตา น้าศรจึงตัดสินใจหัดเล่นด้วยตนเอง นอกจากนี้น้าศรยังบอกอีกด้วยว่าแต่ละคอร์ด กว่าจะสามารถจับได้ น้าศรใช้เวลานานมาก เพราะไม่มีใครฝึกให้ จะต้องแกะเสียงด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่ามันจะใช้เวลานานมาก กว่าจะรู้ในแต่ละคอร์ด แต่เขาเองก็มีความภูมิใจมาก เพราะทุกวันนี้เขาก็ยังได้ใช้คอร์ดพวกนั้นอยู่ ความสามารถของน้าศรก็ช่วยให้น้าศรได้มีงาน ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นมาจากการเล่นดนตรี ปัจจุบันนี้น้าศรจะได้ค่าจ้างจากการเล่นดนตรีในตอนกลางคืน คืนละหนึ่งพันบาท แต่ก็นานมากกว่าจะมีงานเข้ามา ดังนั้นเวลาว่างที่เหลือน้าศรจึงใช้มันในการอัดคลิปร้องเพลงโซเชียลมีเดีย ให้เราได้เห็นอยู่ในขณะนี้นั่นเอง ความสามารถและเสียงร้องทำให้หลายคนติดตาตรึงใจมาก แม้ว่าคลิปนั้นน้าศรจะไม่ได้แต่งตัวดูดี ไม่ได้มีการจัดโลเคชั่นเตรียมการถ่ายให้ออกมาแบบสมบูรณ์ ไม่ได้เตรียมการใดๆ ที่เป็นทางการ แต่ด้วยความสามารถล้วนๆ ทำให้คนดูชื่นชอบ หลงรัก แล้วรู้สึกศรัทธาในความมี Spirit แล้วก็ช่วยกันแชร์ออกไปให้โลกได้ทราบถึงความสามารถของชายหนุ่มคนนี้

เราจะเห็นได้ว่าพรสวรรค์ของน้าศร คือสิ่งที่มาทดแทนสายตาที่เสียไป หลังจากที่น้าศรเริ่มฝึกเล่นกีต้า และร้องเพลงได้ชำนาญขึ้น น้าศรยังได้ฝึกเล่นเครื่องดนตรีอื่นๆ ด้วยอย่างเช่น กลองชุด ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่ต้องใช้มือและเท้าสัมพันธ์กันเพื่อให้เกิดเสียง น้าศร จึงกลายเป็นบุคคลในสังคมอีกคนหนึ่งที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เยาวชนไทย ได้ดูเป็นตัวอย่าง ถึงแม้จะเกิดมาไม่สมบูรณ์แต่ก็ยังสามารถที่จะใช้สิ่งที่เหลืออยู่ สร้างคุณค่าให้ตัวเอง สามารถอยู่ด้วยตัวเองได้ แถมยังช่วยให้ความสุขแก่คนรอบข้าง รวมไปจนถึงคนทั้งประเทศได้อีกด้วย

พลอยชมพู ผู้หญิงสาวสุดน่ารักเสียงเพราะเป็นเอกลักษณ์

สำหรับคนที่ชื่นชอบการฟังเพลงในเว็บ YouTube ก็คงจะคุ้นเคยกับคลิปร้องเพลงที่เป็นการ Cover ต่างๆ จากทางบ้านที่ร้องเพลง Cover ศิลปินดังๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ แน่นอนว่าหลายคนคงจะคุ้นหน้าคุ้นตากับสาวน้อยคนหนึ่ง ซึ่งเธอใช้ชื่อช่องใน YouTube ว่า Jannine Weigel แต่ละวีดีโอที่เธออัพลงมียอดวิวไม่ต่ำกว่า 1 แสน วิวแน่นอน ซึ่งนั่นก็คือ สาวพลอยชมพูนั่นเอง โดยในวันนี้เราจะมาพูดถึงประวัติ และที่มาของเธอที่ได้มาเป็นนักร้องมืออาชีพในวันนี้กัน

พลอยชมพู มีชื่อจริงว่า ญานนีน ภารวี ไวเกล สาวน้อยลูกครึ่งเยอรมัน-ไทย เกิดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2543 ที่เมืองสไตน์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน เมื่อเธออายุได้ 10 ปี ครอบครัวของพลอยชมพู ได้ย้ายมาอยู่ที่ประเทศ เมื่อเธออายุได้ 11 ปี เธอพยายามฝึกร้องเพลงด้วยตัวของเธอเองถึง 3 เดือน เธอมีผลงานร้องเพลง Cover ใน YouTube มาก่อนหน้าที่จะได้เข้าวงการบันเทิงอย่างปัจจุบัน ผลงานที่เธอลงใน YouTube ได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งจากคนไทยเอง และจากชาวต่างชาติ เพราะเพลงส่วนใหญ่ที่เธอร้องจะเป็นเพลงสากล เสียงของเธอมีความเป็นเอกลักษณ์มาก อีกทั้งยังเป็นเด็กอยู่ด้วย หลายคนจึงทึ่งในความสามารถและพลังเสียงของเธอจึงทำให้ตอนนี้มีคนติดตามผลงานของเธอมากมาย ผ่านทาง YouTube หลังจากนั้นเธอก็ได้เข้ามาสู่วงการบันเทิงของไทยโดยผ่านโมเดลลิ่ง เธอเคยแสดงโฆษณา รวมทั้งการประกวดต่างๆ และด้วยความฝันที่พลอยชมพู อยากจะเป็นนักร้อง จากนั้นเธอก็เข้าประกวดในรายการ Singing Kids ช่อง 3 ซึ่งครั้งนั้นพลอยชมพูประกวดร้องเพลงชนะรอบสัปดาห์ในรายการ Singing Kids เมื่อ 5 เมษายน 2555 ต่อมาในเดือนกันยายนเธอได้ร่วมแสดงมิวสิควีดีโอให้กับวง Getsunova ในบทเพลง ไกลแค่ไหนคือใกล้ จากนั้นเธอก็เริ่มเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาของชาวไทยมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นเพียงแค่ 1 เดือน เธอก็ได้เข้าเซ็นสัญญากับค่ายแกรมมี่ ได้เข้าเรียนร้องเพลง เรียนเต้น เรียนการแสดง ต่างๆ จนตอนนี้เธอก็มีผลงานเพลงที่เป็นของตัวเองแล้ว อย่างเพลงชักดิ้นชักงอ  ซึ่งเป็น Single แรกของเธอ ตามด้วยเพลง ปลิว, อาจะเป็นเพราะ,  ดีใจ,  เธอเดินเข้ามา เป็นต้น นอกจากผลงานเพลงแล้ว พลอยชมพูก็ยังได้มีโอกาสได้แสดงละครเรื่อง บัลลังก์เมฆ ด้วย รวมถึงผลงานโฆษณาของ AIS เรียกได้ว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ในช่วงที่ฮอตมากๆ ผลงานของเธอมีให้เราชมหลากหลายมากขึ้น แต่เธอก็ยังไม่ทิ้งช่องทาง YouTube และยัง Cover เพลงออกมาเรื่อยๆ ยอดวิวของเธอก็ไม่มีแนวโน้มว่าจะลดเลย ยิ่งนานวัน เธอยิ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถือว่าเธอก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำให้ชาวต่างชาติได้รู้จักประเทศไทยอีกด้วย

1 2 3