ฟิตมิตรด้าม ปรมาจารย์บีตบ็อกซ์ขั้นเทพสุดฮา กับเพลง ดาบซามูไร

Fit The Rapper

การแข่งขัน the rapper ทั้งสองซีซั่นที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า รายการนี้ได้มีส่วนช่วยให้วงการฮิพฮอพ ก้าวหน้าไปอีกขั้นเลย แร็ปเปอร์หลายคนก็มีชื่อเสียงมากขึ้นจากรายการนี้ ทำเอาหลายคนกลายเป็นนักร้อง ศิลปินมีชื่อเสียง มีแฟนคลับ มีคนติดตามไปได้เยอะกว่าที่คิดเลย หากจะตัดเอาเฉพาะซีซั่นสอง หนึ่งในแร็ปเปอร์ที่สร้างความฮือฮาได้มากที่สุดคือ ฟิต มิตรด้าม

ปรมาจารย์ บีทบ็อกซ์ คาแรกเตอร์ชัด

คนนี้ต้องบอกเลยว่า สร้างความฮือฮาตั้งแต่รอบออดิชั่นแล้ว เนื่องจากการปรากฏตัวของเค้าทำเอาโค้ชทั้งสี่คนต้องแย่งกันกดปุ่มไฟเพื่อชิงตัวมาให้ได้ พี่ฟิตมิตรด้าม เปิดตัวด้วยสไตล์ซามูไรญี่ปุ่น ที่มาพร้อมกับท่อนแร็ปที่ฟังแล้วมันโดนใจ ตัดกับเสียงเล่นบีทบ็อกซ์ที่ต้องบอกเลยว่า แกคือของจริงระดับอาจารย์ ตัวจริง สมกับที่เปิดรับสอนด้านนี้โดยเฉพาะ ยิ่งเรื่องคาแรกเตอร์นี้ของแกกินขาดเลย นั่นทำให้มีแฟนเพลงติดตามผลงานแกเยอะมาก แม้ว่า ฟิตมิตรด้าม จะไปไม่ถึงตำแหน่งแชมป์ แต่บอกเลยว่ากระแสของพี่เค้าแรงมาก เผลอๆ แรงกว่าแชมป์ประจำซีซั่นอีก

ผลงานล่าสุดของ พี่ฟิตมิตรด้าม

หลังจากที่จบรายการออกไปหลายคนก็เฝ้ารอว่าเมื่อไรพี่เค้าจะมีผลงานเด็ดๆ ออกมาให้เราได้ติดตามกันบ้าง ปรากฎว่าพี่เค้าก็ไม่ทำให้แฟนเพลงรอนาน ปล่อยซิงเกิ้ลที่ชื่อว่า ดาบซามูไร ออกมา บอกเลยว่าฟังครั้งแรกรู้เลยว่าเป็นเสียงพี่เค้า เพราะคาแรกเตอร์ของเพลง คาแรกเตอร์ของดนตรี เสียงร้อง ท่อนแร็ปเป็นอะไรที่ชัดเจนมาก ฟังแล้วรู้เลย ยิ่งท่อนแร็ปนี่ฟังแล้วอยากขยับตัวตาม อยากโยก อยากสนุกตามไปด้วย ไม่เพียงแค่ความสนุกเท่านั้น ยังมีคำพูดคมกริบบาดลึกให้เจ็บซิ๊ดซ้าดกันไปตามสไตล์อย่างเช่นท่อนที่ว่า พวกหลอกฟันลืมไปซะตัดแขนตัดตาจนมันคารวะ หัวใจผมมีหน้าคุณเป็นตราประทับนี่คือรักของ rapper คาตะนะ โอ้ย ฟังแล้วบาดใจจริง

ซามูไรญี่ปุ่น ออกมาแล้ว

เพลงนี้พี่ฟิตทำเอ็มวีมาแล้วด้วย โดยการทำเอ็มวีนั้นจะเป็นเน้นกลิ่นอายของความเป็นซามูไรญี่ปุ่นตามถนัดของพี่เค้าแต่มีการปรับบางอย่างให้สมัยใหม่มากขึ้น ดูฮิพฮอพมากขึ้นกว่าเดิม ผสมกับซาวด์เอฟเฟกต์ที่ให้ความสนุกตื่นเต้น ไปตลอดทั้งเพลง ทำให้นี่เป็นเพลงที่ถือว่าเหมาะสมกับการฟังติดตาม พี่ฟิตมิตรด้านอย่างแท้จริง ใครที่เป็นแฟนผลงานเพลงของพี่เค้าตั้งแต่รายการ the rapper หรือ ก่อนหน้านั้นก็ดี น่าจะหาไปฟังกันไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

คอนเสิร์ต เดอะ พาร์กินสัน จัดเต็มทุกรูปแบบ แฟนเพลงไม่ผิดหวัง

PARKINSON Show song

LEO Presents The Parkinson SOULMANTIC คอนเสิร์ตจะบอกเธอว่ารัก งานคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่อลังการที่นำโดยศิลปิน The Parkinson ซึ่งประกอบด้วย นิภัทร์ กำจรปรีชา, ณัฐวิทย์ โอดาคิ และ อริย์ธัช เกื้อจิตกุลนันท์ สามศิลปินระดับเทพ ที่บรรดาแฟนเพลงให้สนใจมากที่สุดในตอนนี้ แถมบัตรคอนเสิร์ตยังหมดตั้งแต่ชั่วโมงแรกของวันเปิดจำหน่าย ทำให้แฟนเพลงต่างพากันโอดครวญกันยกใหญ่ มีการรวมตัวเรียกร้องให้เพิ่มรอบจำหน่ายตั๋วกันเป็นจำนวนมาก นั่นก็เพราะว่างานนี้ The Parkinson จัดเต็มชุดใหญ่ ใครหน้าไหนจะพลาดงานนี้ไป คงต้องไปนั่งเสียดายทั้งชีวิต ด้วยการร่วมทีมของบรรดานักร้องศิลปินชื่อดังทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มน้อยหน้ามนต์อย่าง เดอะ ทอย กับ โอ๊ต ปราโมทย์ พี่ใหญ่ อารมณ์ดี ที่มามอบความบันเทิงให้กับแฟนเพลง ตลอดระยะเวลา 4 ชั่วโมงเต็ม

นอกจากนี้ยังมีศิลปินสบทบอีกมากมาย เช่น นิว-จิ๋ว, บอย ตรัย กับ Season Five แถมในงานยังมีเซอร์ไพรส์ให้กับคนที่มาร่วมงานด้วย สำหรับผู้ซื้อบัตรราคา 2,800 บาท จะได้รับอัลบั้ม “แรก” พร้อมกับ “ตะกรุดเพื่อนรัก สักพักเพื่อน..Yes” สำหรับผู้โชคดีซื้อบัตร 1,000 คนแรก นอกจากแฟนๆ จะได้ฟังเพลงกันอย่างเต็มอิ่มแล้ว ภายในงานยังเปิดจำหน่ายอัลบั้มใหม่ขายด้วย รวมถึงสินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เรียกว่าใครที่ได้มางานนี้ถ้าบอกว่าไม่คุ้ม ก็ไม่รู้ว่าจะใช้คำไหนมาบรรยายแล้ว ในช่วงท้ายสุดของงาน คาดว่าอาจจะเป็นช่วงที่หลายคนรอคอยกันมากที่สุดเช่นกัน เพราะจะเป็นการแสดงของ ดา เอ็นโดรฟิน ที่แอบไปซ้อมใหญ่กับเดอะ พาร์กินสัน อยู่เป็นเดือน จนเป็นข่าวอย่างที่เราได้ยินกันมา

เพลงที่ได้ ดา เอ็นโดรฟิน ได้นำมาร้องในค่ำคืนนี้ ได้แก่ “ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน” ซึ่งเป็นเพลงยอดฮิตประจำตัว กับ “ระหว่างเราคืออะไร” เป็นช่วงที่ร้องร่วมกันกับเดอะพาร์กินสัน บอกเลยว่าคุ้มค่ากับที่ไปเก็บตัวซ้อมมา ไม่ทำให้แฟนเพลงผิดหวังเลยจริงๆ สุดท้ายของงานนี้แล้วคือการกล่าวอำลาด้วย “Let’ get it on” ก่อนที่งานจะจบลงไปตามระเบียบ ท่ามกลางความประทับใจของแฟนๆ ที่จะเก็บเอาประสบการณ์ที่ได้ในค่ำคืนนี้ไว้ในความทรงจำอีกแสนนาน

ช่องทางสำหรับติดตามข่าวการเคลื่อนไหว

สำหรับใครที่พลาดคอนเสิร์ต “LEO Presents The Parkinson SOULMANTIC คอนเสิร์ตจะบอกเธอว่ารัก” ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะเราอาจจะได้พบกับงานรอบใหม่ในเร็วๆ นี้ หากไม่อยากพลาดงานดีๆ แบบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง ก็อย่าลืมกดติดตาม facebook.com/theparkinson เพื่ออัพเดตความเคลื่อนไหวในอนาคต

youngohm แรปเปอร์มาแรง เพลงติดกระแสจำนวนมาก

youngohm music

ใครจะไปคิดว่าแรปเปอร์เด็กไทยจะมาไกลถึงขนาดนี้กับ “ยังโอม” หนุ่มน้อยวัย 19 ปี แร็พเปอร์ไทยที่จัดได้ว่าเยี่ยมยุทธเกินตัว เปิดตัวโด่งดังอย่างมากบนโซเชียลมีเดียโดยเฉพาะบน “Youtube” ที่เจ้าตัวบอกว่าทำรายได้มากกว่า 70,000 บาทต่อเดือน หลังจากที่เขาฝึกฝนตัวเองจนคิดว่าเจ๋งพอจึงได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการแร็ปชื่อดังของไทย “Rap is Now” ซึ่งเป็นเวทีประชันฝีปากของนักแรปใต้ดิน ในขณะที่เขาได้ปล่อยเพลงที่แต่งขึ้นเองในผลงานชื่อ “เฉยเมย” ที่มันกลายเป็นเพลงฮิตมีผู้ฟังมากกว่า 60 ล้านวิวทั่วโลก จนทำให้ยังโอมกลายเป็นศิลปินที่มีผู้ติดตามมากที่สุดคนหนึ่งในกลุ่มแร็ปเปอร์ไทย

เรื่องราวในวัยเด็กที่เป็นแรงบันดาลใจ

โอมเล่าว่าแต่ก่อนก็เป็นแค่เด็กเรียนทั่วไป ไม่ได้แตกต่างจากเพื่อนๆ อะไร มีความฝัน ต้องไปเรียนหนังสือ ชอบลองอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกล การแคสเกม จนเวลาผ่านมาก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองต้องการอะไร จึงได้อย่างฝึกฝนตัวเองในด้านนั้นอยู่เสมอมา สิ่งนั่นก็คือการเป็น “แรปเปอร์” นั่นเป็นจุดที่ทำให้หันมาสนใจในด้านดนตรีอย่างจริงจังมากขึ้น แต่ผลที่ตามมาคือผลการเรียนกลับแย่ลง โอมโดนผู้ปกครองตำหนิอยู่ตลอดเวลาว่าสิ่งที่ตนทำนั้นมันไร้สาระเพราะคิดว่ามันไม่ได้ทำเงินหรือเกิดประโยชน์ใดๆ

อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่เคยถอยเพียงเพราะว่ามันแค่มีอุปสรรคขวางหน้าเพียงเล็กน้อย และตัดสินใจที่จะเดินทางต่อในเส้นทางนี้ไปให้ถึงที่สุด นั่นเป็นช่วงเวลาที่เขาได้ตัดสินใจครั้งสำคัญคือ “การลาออกจากโรงเรียน” โดยโอมเชื่อว่าการเรียนนั้นไม่ได้จำกัดอยู่ในโรงเรียน คนเราสามารถเรียนรู้จากจุดไหนก็ได้ โดยเฉพาะจากประสบการณ์ในชีวิตจริงของตัวเราเอง หลังจากที่ได้ลาออกมาเขาก็ได้สร้างผลงานเพลงอัพลงบนยูทูปเป็นประจำ รายได้อยู่ที่ประมาณ 10,000 – 15,000 บาทถือว่าโอเคในระดับหนึ่ง

ในปัจจุบันนี้เขาถูกรู้จักในชื่อ “ยังโอม” ศิลปินแรปเปอร์ขวัญใจวัยรุ่นชาวไทยมากมาย ทำให้รายได้ของเขาเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจาก 15,000 เป็น 60,000 – 70,000 บาทต่อเดือน เป็นจำนวนเงินที่หลายคนอาจต้องอิจฉาเล็กน้อยกับความสำเร็จของหนุ่มวัยเพียง 19 ปี ที่อาจจะกลายเป็นเศรษฐีในอนาคตก็ได้ ซึ่งทางโอมเองก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมาก เขาบอกกับเราว่ามันเป็นแผนที่เขาวางเอาไว้แล้วตั้งแต่เด็ก การเป็นแรปเปอร์ไม่ใช่เรื่องสนุกเพียงอย่างเดียว มันเพียงชีวิตของเรา งานของเรา ตัวตนของเรา แล้วผมก็จะอยู่กับมันไปจนตายในฐานะแรปเปอร์ธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้นเอง

ฟังเพลงแนวคิดถึงแฟนเก่า แค่ได้คิดถึง ของ ญารินดา

Yalinda Song

ญารินดา นักร้องคนนี้หากเป็นวัยรุ่นยุคนี้อาจจะถามว่า ใครหว่า ไม่รู้จัก แต่หากเป็นวัยรุ่นยุคปลาย 90 ถึงช่วงต้นมิลเลนเนียม ชื่อนี้บอกเลยว่าคุ้นหูมาก ผลงานของเธอนับว่าโดนใจวัยรุ่นกันเต็มไปหมด ประกอบกับคาแรกเตอร์ผู้หญิงวัยรุ่นหัวสีชมพูแปร๋น เป็นสิ่งที่ไม่ได้เห็นกันบ่อยมากนักในวงการเพลงบ้านเราตอนนั้น แต่เธอก็ทำให้เราเห็นว่า สีผมไม่ได้ทำให้คุณค่างานดนตรีของเธอลดลงไปได้

แค่ได้คิดถึง เพลงดังที่สุด

สำหรับ ญารินดา ส่วนตัวผู้เขียนเองชอบเพลง พลาดไปแล้ว มากกว่า มันตรงกับชีวิตตอนนั้นดี แต่อีกหนึ่งเพลงที่ทำให้คนทั้งประเทศรู้จักผู้หญิงหัวชมพูคนนี้ก็คือ เพลงแค่ได้คิดถึง เพลงนี้ดังมาก ถึงมากที่สุดจริง ขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งเกือบทุกคลื่นเพลงสตริง เพลงป็อบ หรือ คลื่นที่วัยรุ่นชอบฟังในเวลานั้น เอาง่ายๆ ว่าหากนำมาเปรียบในยุคนี้คำว่า ร้อยล้านวิว คงถึงแบบไม่ต้องสงสัยอะไรเลย

เนื้อเพลงเกี่ยวกับอะไร

เพลงนี้เป็นการบรรยายความรู้สึก “คิดถึง” ของคนคนหนึ่งไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ที่ได้ไปสถานที่แห่งเดิมที่เคยไปกับคนรักเก่าแล้วทุกอย่างมันก็ผุดขึ้นมาแบบไม่ขาดสาย สำหรับช่วงเวลาที่เคยใช้ด้วยกันในตอนนั้นการใช้ภาษาเปรียบเทียบเพื่อบรรยายความคิดถึงของคน มันยิ่งทำให้เห็นว่าความคิดถึงของคนที่ร้องเพลงนี้มันมากแค่ไหน ยิ่งท่อนที่ร้องว่า ขอบฟ้าที่เรานั่งมองคราวนั้นยังมีความหมาย ต้นไม้ลำธายิ่งมองยิ่งคิดถึงเธอมากมาย ชีวิตที่มันขาดเธอวันนี้ยังเดินต่อไป แค่ได้คิดถึงก็เป็นสุขใจ ท่อนนี้วัยรุ่นตอนนั้นใครฟังบอกเลยว่าเจ็บจิ๊ดมาก

เสียงร้องแหลมสูง

เสียงร้องก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งทำให้เพลงนี้ สมบูรณ์มากขึ้น ญารินดา เพลงนี้อัลบั้มแรกเธอยังอายุเพียงแค่ 19 เท่านั้นเอง แต่เสียงร้องแหลมสูงของเธอกลับมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด ฟังแล้วไม่รู้สึกรำคาญหรือแสบหูเลย นั่นทำให้เวลาได้ยินเสียงเธอมันทำให้ความรู้สึก เศร้า เหงา คิดถึง คนฟังรับรู้ถึงอารมณ์นั้นขึ้นไปอีก

เพลงนี้ที่ถูกเอากลับมาร้องบ่อย

เพลงแค่ได้คิดถึงของญารินดานี้ ต้องยอมรับว่าเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ถูกหยิบขึ้นมาเล่นบ่อยมากบนคอนเสิร์ตในเครือแกรมมี่ อาจจะเป็นเพราะดนตรีที่เอามาจัดเรียงใหม่ก็ออกมาเพราะ หรือ เนื้อหาของเพลงที่แสดงความรู้สึกบรรยายได้ดี เมื่อเอามาเล่นหลายครั้งก็ทำให้เพลงนี้ติดหูคนฟังง่ายขึ้นทั้งคนฟังยุคใหม่ และคนฟังยุคเก่า จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เพลงนี้ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอยู่ ไปลองหาฟังกัน

ปั้น แบชเชอร์ เพลง “มือ” แต่งเองจากเรื่องจริง

ปั้น แบชเชอร์ ศิลปินหนุ่มที่มีความสามารถของทางค่ายจีนีเรคคอร์ดส เจ้าของผลงานเพลงอย่าง แกล้ง และที่ประสบความสำเร็จที่สุดอย่าง คนไม่ใช่คือไม่ใช่ วันนี้เขาได้กลับมาพร้อมกับผลงานเพลงซิงเกิ้ลที่สามในชื่อเพลงว่า “มือ” คำสั้นๆ ที่มีความหมาย ที่สะท้อนถึงเรื่องราวที่น่าเศร้าของชีวิตคู่ที่พยายามจะใช้ชีวิตร่วมกันแต่ก็พังทลายลงไปในพริบตา ด้วยบทเพลงที่ซึ้งกินใจ เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ล้นออกมาจากเสียงและบทเพลง แล้วในตัวเอ็มวีที่ก็ทำออกมาดียังกลับหลุดมาจากละครสุดดราม่าของช่องดัง โดยจากทางเจ้าตัวนั้นได้ออกมาเปิดใจพูดคุยถึงเพลงนี้วามันอ้างอิงมาจากเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นจริงของเขาในอดีตที่ผ่านมา และนี่คือส่วนหนึ่งที่เขาได้เปิดอกพูดออกมา

โดยปกติแล้วผมมักจะสร้างเพลงที่เป็นเรื่องราวของตัวเอง ทำให้เวลาสร้างสรรค์ผลงานเพลงนั้นมันสามารถสื่อออกมาได้เหมือนกับภาพย้อนในอดีตที่มีชีวิต และเต็มไปด้วยความรู้สึก ถ้าจะให้ผมพูดเกี่ยวกับเพลงนี้ก็คงจะเปรียบได้กับว่ามันเป็นแก้วที่แตกไปแล้ว จะซ่อมมันยังไงก็คงจะกลับมาไม่เหมือนเดิม สาเหตุที่มันแตกก็เกี่ยวข้องกับคำว่ามือ ก็คือมือของคนที่ผมรักนั้นที่ยืนไปหาคนอื่น หรือจะพูดว่ามือที่สามก็คงได้มั้ง โดยเรื่องราวนี้ผมก็ได้เล่าให้พี่ป้อมฟัง และก็ได้แรงสนับสนุนจากพี่ป้อมนี่แหละในการทำเพลงนี้ขึ้นมา โดยพี่แกก็เป็นที่ปรึกษาให้ตลอดเวลา ว่าควรแก้ไขตรงไหน เติมตรงนั้นดีไหม หรือเอาตรงนั้นออกไหม โดยปกติแล้วผลงานเพลงที่ผ่านมาของมันมักจะเป็นแนวเจ็บแล้วจำ แต่พอมาทำเพลงนี้ที่ต้องมาแสดงว่าเรารับไม่ได้กับเรื่องที่เกิด และมันก็ยังคงเป็นอยู่อย่างนั้น ทำให้มีปัญหาเหมือนกันจนต้องมีช่วงให้พี่ๆ แกมาบิ้วอารมณ์ให้เลย

ในส่วนของด้านเอ็มวีนั้น จะเป็นการเล่าเรื่องของคู่รักที่อยู่ด้วยกันมาระยะหนึ่ง และจู่ๆ นางเอกก็เอ่ยออกมาว่าอยากได้แหวนที่เป็นรูปดาวจนทำให้คนรักของเขาต้องไปหามาให้ แต่จะไปซื้อก็คงไม่ดี เลยตัดสินใจจะทำขึ้นด้วยมือตัวเอง แต่เรื่องกลับตาลปัดเมื่อนางเอกออกไปคบกับผู้ชายที่หล่อและรวยกว่า ในระหว่างนั้นนางเอกก็เริ่มแสดงอาการตีตัวออกห่างอย่างชัดเจน จนในวันหนึ่งพระเอกก็ไปเจอเข้ากับตา สุดท้ายแล้วพระเอกของเราจะจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้ต้องติดตามเอ็มวีเพลง มือ ได้ผ่านช่องทางยูทูป

เกทสึโนว่า แต่งเพลง “ชีวิตที่มีชีวิต” ให้คนเรามาใช้ชีวิตอยู่แบบนอกกรอบ

Getsunova music Black

ถ้าพูดถึงวง GETSUNOVA น้อยคนที่จะไม่รู้จัก 4 หนุ่มเจ้าสเน่ห์ขวัญใจแฟนๆ ชาวไทย ได้กลับมาอีกครั้งกับการเปิดตัวเพลงซิลเกิ้ลตัวใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า ชีวิตที่มีชีวิต เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงการออกไปใช้ทุกชีวิตให้คุ้มค่าในแต่ละวัน อย่ามั่วแต่ก้มหน้าอยู่เฉยๆ หายใจทิ้งไปวันๆ โดยตัวเพลงมีเนื้อหาที่สนุก และเป็นตัวช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกๆ คนที่ออกตามหาเป้าหมายของตัวเอง ด้วยความร่วมมือจากระดับเทพของวงการเพลงอย่าง อ๊อฟ บิ๊กแอส ที่ล่าสุดก็ไปช่วยงานกับพี่ตูนในผลงานเพลงใหม่ของเขาเช่นเดียวกัน

โดยในเอ็มวีประกอบเพลงนั้นจะเป็นการเล่าเรื่องราวชีวิตจริงของทั้ง 4 หนุ่มของวง GETSUNOVA ที่กว่าจะประสบความสำเร็จแบบทุกวันนี้ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวอะไรมาบ้าง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ คนว่าอย่าท้อแม้ว่าจะมีอุปสรรคมากมายใหญ่โตแค่ไหน ความพยายาม อย่างไม่ท้อถอยจะประสบความสำเร็จเข้าในซักวัน โดยทางด้านการประสบความสำเร็จนั้นตัวเอ็มวีนั้นมียอดวิวเพียง 3 ล้านครั้งตั้งแต่ถูกอัพโหลดขึ้น Youtube เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา

และนี่คือคำพูดส่วนหนึ่งของพวกเขาที่ได้กล่าวทิ้งท้ายเชิญชวนแฟนๆ เอาไว้ “เพลงชีวิตที่มีชีวิตนั้น มันเป็นเพลงที่แต่งมาจากเรื่องจริงที่อิงตามชีวิตของพวกเราทั้ง 4 คนครับ พวกเรามีความสุข และก็มีความทุกข์พร้อมกัน มีความฝันที่ต้องการเติมเต็ม และไม่คิดที่จะให้กรอบมาบดบังพวกมันเอาไว้ พวกเราทั้ง 4 คนถ้าพูดกันจริงๆ ก็คือมีธุรกิจครอบครัวกันเกือบทุกคน บางทีเราก็ต้องตัดสินใจว่าระหว่างชีวิตจริง กับชีวิตที่เราฝัน สิ่งไหนมันจะไปรอดกว่ากัน ไม่ผิดที่ใครจะเลือกอะไรหรอกครับ แค่ขอให้ทำให้ดีที่สุด ชีวิตของเรา เราจะทำอะไรก็ได้ อย่ามัวแต่อยู่ในกรอบ ถ้าคุณกล้าที่จะฝัน คุณก็ควรกล้าที่จะลงมือทำอะไรที่มันยิ่งใหญ่ดูซักครั้ง ถ้ามัวแต่ติดอยู่ในกรอบเราก็จะไม่มีความสุขกับมันเลย”

และนี่คือคำพูดเล็กๆ น้อยๆ ที่ให้แนวคิดในการใช้ชีวิตของชายหนุ่มทั้ง 4 คนที่เลือกจะเดินตามความฝันในการเดินนักร้อง แทนที่จะทำกิจการครอบครัวอยู่ที่บ้านสบายๆ โดยไม่ต้องมาเหนื่อยเป็นศิลปิน แต่ด้วยความชื่นชอบ และความรักในอาชีพนักร้อง ทำให้พวกเขาตัดสินใจเลือกเดินทางนี้ และจะพัฒนาตัวเองให้ก้าวต่อไปสู่ความสำเร็จที่รออยู่ในอนาคต

ฝีมือ BTS คว้ารางวัล BBMAs ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

BTS คว้ารางวัล BBMAs Happy

กลุ่มศิลปินบอยแบนด์ BTS ของประเทศเกาหลีที่มีฐานแฟนๆ มากมาย จนไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมพวกเขาถึงได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลที่สุดมีเกียรติอย่าง Top Social Artist Award ประจำปี 2018 ของ Billboard Music Awards ในคืนวันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม ซึ่งภายในงานมีศิลปินที่มีชื่อเสียงแถวหน้าระดับโลกร่วมงานมากมาย แซงหน้าซุปเปอร์สตาร์อย่าง Justin Bieber และ Demi Lovato ในการได้รับรางวัลสองปีซ้อน วง BTS กลายเป็นกลุ่มศิลปินเกาหลีแรกที่ได้แสดงในงาน Billboard Music Awards ด้วยการเปิดตัวเพลงใหม่ “Fave Love” ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกหลังจากจบรายการ

โดยสถานที่จัดงาน Billboard Music Awards นั้นจัดอยู่ใน MGM Grand Garden Arena ในใจกลาง Las Vegas ทื่ถือว่าเป็นศูนย์กลางความบันเทิงของโลกที่มีชื่อสูงที่สุด และเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะใช้เป็นสถานที่มอบรางวัล เพื่อเป็นเกียรติแก่บรรดาศิลปิน ผลจากการได้รับรางวัลครั้งที่มาจากฐานแฟนเพลงที่มีอย่างมหาศาลด้วยผลการโหวตผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Billboard และผ่านช่องทาง Twitter โดย BTS ได้เข้ารับการเสนอชื่อร่วมในรายการเดียวกันกับศิลปินชื่อดังมากมาย เช่น Justin Bieber, Ariana Frande, Demi Lovata และ Shawn Mendes ก่อนที่วง BTS จะได้รับรางวัล Top Social Artist Awards ครั้งแรกในปี 2017 รางวัลเป็นของ Justin Bieber ที่ได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี นับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา ถือเป็นการโค่นตำนานศิลปินที่เป็นขวัญใจวัยรุ่นมาอย่างช้านาน

หลังจากขึ้นไปรับรางวัลบนเวที หัวหน้าวงได้กล่าวกับทุกคนว่า “ขอขอบคุณทาง Billboard Music Awards เป็นอย่างมากสำหรับการให้เกียรติพวกเราในครั้งนี้ และเราตระหนักดีแล้วว่าพลังทางสังคมนั้นมีความหมายกับพวกเขามากเพียงใด ขนาดถึงที่แฟนๆ บางคนบอกว่าเพลงของเรานั้นสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาได้ และตอนนี้เราสามารถรับรู้ได้แล้วถึงความจริง” นอกจากนี้ Jimin ยังกล่าวกับแฟนๆ เป็นภาษาเกาหลีอีกว่า “รางวัลนี้เป็นรางวัลสำหรับทุกคนโดยเฉพาะพวกทุกคนที่ให้การสนับสนุนเรา และเราขอขอบคุณเป็นอย่างมาก พวกเรารักพวกคุณทุกคน”

ชัยชนะครั้งนี้ของ BTS แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีแรงสนับสนุนทางโซเชียลมีเดียมากมายขนาดไหน และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี เห็นได้ชัดจากกิจกรรมภายใน Twitter ที่มีการพูดคุยและตอบกลับมากกว่า 1 ล้านไลค์ และมากกว่า 400,000 reweet การกลับมาของพวกเขาครั้งนี้มาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ในชื่อ Love Yourselft: Tear โดยมีเพลงเด่นๆ เลยคือ Fake Love ถือเป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และทำลายสถิติบน Youtube เป็นที่เรียบร้อยด้วยจำนวนยอดผู้ชมกว่า 188 ล้านวิวในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน

วงการเพลงแร็ปกำลังกลับมา The rapper

Show me The Money Vs Rapper

หรือนี้จะเป็นการกลับมาอีกครั้งของความรุ่งเรืองของกลุ่มศิลปินแร็ปเปอร์ ที่มีแนวโน้มว่าจะกลับมาฮิตเป็นพุแตกอีกครั้งในประเทศไทย จากการจัดการการเพลงที่เกี่ยวข้องกับการร้องเพลงแร็ปชื่อดังที่รู้จักกันดีในตอนนี้อย่าง THE Rapper ซึ่งถือว่าเป็นงานประกวดเวทีผ่านหน้าจอทีวีก็คงได้ โดยรายการนี้อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของทางช่อง Workpoint Entertainment ซึ่งตอนนี้ก็ได้ฉายาไปแล้วกว่าหลายตอน ซึ้งจะฉายผ่านช่อง Workpoint 23 ในทุกๆ วันจันทร์ เวลา 20.10 น.

The Rapper ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มสังคมชาวแร็ป ในด้านการสนับสนุนเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูล หรือด้านบุคลากรที่จำเป็นในรายการ โดยตอนนี้รายงานมีกรรมการมากกว่า 8 คน ที่จะมาช่วยเฟ้นหาสุดยอดนักแร็ปของประเทศไทยได้แก่ โจอี้บอย, ขันเงิน, กอล์ฟ, ปู่จ๋านลองไมค์ และสมาชิกคนอื่นๆ โดยรายการจะเป็นการคัดเลือกผู้สมัครในขั้นแรกผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้ผู้สนใจได้เข้ามาลงทะเบียนขอเขาร่วมออดิชั่น โดยจะต้องทำการแร็ปจำนวน 1 เพลง เพื่อให้บรรดาโค้ชได้ตัดสินใจความสามารถว่าจะเลือกเข้าทีมตัวเองดีหรือไม่ โดยที่นั่งของโค้ชแต่ละคนจะมีปุ่มสำหรับเหยียบเพื่อส่งสัญญาณ แต่การตัดสินใจว่าใครจะได้ไปอยู่ทีมไหนนั้นเป็นเรื่องของโปรดิวเซอร์ทั้งสองคนที่จะเป็นคนตัดสินใจ

ทางช่อง Workpoint ถือว่าทำการบ้านมาดีเป็นอย่างมาก จากปกติที่ช่องนี้มีฐานคนดูที่มากอยู่แล้ว และรายการนี้ยังดึงศิลปินดังๆ มากมายที่เป็นขวัญใจแฟนๆ จึงตามมาดูความตลก และสนุกสนานของพวกเขาพร้อมกับเอาใจลุ้นน้องๆ ทุกคนที่มีความสามารถให้ผ่านเข้ารอบไปได้ด้วยดี ปัจจุบันนี้ The Rapper ถูกพูดถึงกันเป็นวงกว้าง และยังคงมีฐานคนดูที่เพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์

ตอนนี้ได้มีคู่แข่งจากทางบริษัท True ที่ได้ทำรายการกระปวดแร็ปเช่นเดียวกันในชื่อ Show me The Money Thailand หรือ SMTM ที่บินตรงมาจากเกาหลีกันเลยทีเดียว โดยต้นฉบับในเกาหลีนั้นเข้าสู่ซีซั่นที่ 6 กันแล้ว และสังคมคนไทยถือว่านิยมวัฒนธรรมเพลงเกาหลีมาก โดยเฉพาะในด้าน K-Hiphop ทาง True ลองมองเห็นโอกาสนี้จึงคว้าตัวมาไว้ โดยได้ศิลปินดังๆ มาร่วมรายการได้แพ้กับ The Rapper เลยอย่าง ทีม Buddha Bless, DAJIM DAJAZZ, SUNNYCASH โดยรายการจะฉายทุกวันอังคารเวลา 20.30 น โดยการแข่งขันจะแบ่งเป็น 3 รอบ หากใครชนะรอบสุดท้ายก็จะรับเงินรางวัลไปเลยคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท พร้อมกับบินตรงไปเกาหลีเพื่อร่วมรายการในซีซีนที่ 7 ของ SMTM งานนี้ใครจะอยู่ ใครจะไปต้องติดตามชมกันครับ

‘ใส่ใจ’ เพลงความหมายดีๆ ของคนทุ่มเท จาก ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย

Toon bodyslam Family music

ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย ชื่อนี้ไม่รู้จักเรียกว่าเสียชาติเกิด สำหรับชายคนนี้ที่พยายามอย่างหนักเพื่อสังคม ไม่ว่าจะออกงานช่วยเหลือสังคมอย่างการวิ่งที่เพิ่งจบไปไม่นานนี้ เพื่อการระดมทุนเงินบริจาคช่วยเหลืออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับทางโรงพยาบาลที่ขาดแคลน และปัจจุบันเพิ่งจะฟื้นตัวจากเส้นเสียงอักเสบมาได้ไม่นานนี้เอง หลังจากที่เพิ่งยกเลิกงานแสดงไปกว่าสิบรายการเพราะสาเหตุนี้ ครั้งนี้พี่ตูนกลับมาพร้อมกับเอ็มวีเนื้อหาลึกซึ้งที่เพิ่งถ่ายทำเสร็จปุ๊บ ก็ส่งขึ้นให้แฟนๆ ได้ดูกันเลยทีเดียว

โดยชื่อเพลงนั้นใช้คำว่า “ใส่ใจ” ที่ได้รับการร่วมมือจากศิลปินเก๋าๆ หลายคนอย่างออฟ วงบิ๊กแอส ภายใต้ Brand Endorser ของทางบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง ในสโลแกนที่ว่า พฤกษา ใส่ใจ เพื่อทั้งชีวิต เพื่อเป็นการฉลองวันครบรอบ 25 ปีในการดำเนินกิจการของบริษัท และคิดว่าเป็นการดีที่จะนำศิลปินระดับแนวหน้ามาช่วยเป็นตัวแทนในการสื่อจุดมุ่งหมายของพวกเขาผ่านบทเพลงที่ถูกแต่งขึ้นมาอย่างดี และขับร้องโดนศิลปินขวัญใจชาวไทยทุกคน

โดยเนื้อหาภายในเอ็มวีนั้น จะเป็นการเล่าเรื่องของผู้ชายผู้หนึ่งที่มีความคิด และความฝันที่ต้องการทำเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของตัวเองให้สำเร็จ เหมือนกับที่ทุกคนมี คือการมีสถานที่ซักแห่งที่เราสามารถเรียกเต็มปากได้ว่าบ้านแสนสุขแต่การจะได้มานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จะต้องทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจมากมายเพื่อทำงานเพื่อให้ได้เก็บเงินสะสมพอที่จะสร้างตัวและยืนหยัดได้ในสังคมโดยไม่ต้องลำบากใคร

โดยพี่ตูนได้บอกกับทุกคนว่า สถานที่ๆ เรียกว่าบ้านนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของทุกๆ คน เราต้องมีบ้านหลังแรกหลังจากที่เกิด และสุดท้ายแล้วเราก็ต้องมีบ้านสำหรับครอบครัวของเรา เป็นบ้านสำหรับชีวิตน้อยๆ ที่จะเกิดมาในครอบครัว และคิดว่าเพลงใส่ใจ นั้นจะช่วยเป็นแรงกำลังใจให้กับบุคคลเหล่านี้ ที่กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อใครซักคนที่คุณรัก และผมอยากให้พวกเขานั้นทำต่อไป เพราะการเดินถอยหลังไม่ใช่คำตอบของความสำเร็จ และขอให้คิดดีทำดี สิ่งนี้จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิต และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับแฟนๆ เป็นอย่างดีสำหรับเอ็มวีนี้ ถึงแม้ว่าอยู่ภายใต้การโฆษณาของบริษัทอสังหาฯ ก็ตาม แต่สำหรับแฟนๆ ก็รู้สึกโล่งอกที่พี่ตูนของเรานั้นกลับมาแข็งแรงและรับงานได้อย่างเคย และหวังว่าจะมีการแสดงงานคอนเสิร์ตครั้งใหม่ในเร็วๆ นี้

ตูน Bodyslam นักวิ่งที่คว้าใจผู้คนทั้งประเทศไทยเพื่อโรงพยาบาล

Bodyslam Running Thailand

พูดถึงผู้ชายที่คนทั่วประเทศรู้จักเขาไม่ใช่ในฐานะของการเป็นศิลปินวงร็อกเพียงอย่างเดียวแต่คนทั่วประเทศยังรู้จักเขาในฐานะของชายผู้ยิ่งใหญ่สำหรับการใช้แรงกายของตนเองเพื่อหาเงินให้กับโรงพยาบาลในประเทศไทยกับโครงการอย่าง ก้าว… คนละก้าว ถือว่าเป็นกิจกรรมที่กระตุ้นจิตสำนึกให้คนไทยทั้งหลายได้เข้าใจในความเป็นตัวตนของผู้ชายคนนี้มากขึ้นที่ไม่ใช่แค่ความเป็นศิลปินแต่เขายังเป็นคนที่ทำเพื่อคนไทยทั่วประเทศนอกจากนี้ยังทำให้คนไทยทั้งหลายร่วมใจกันสร้างความรักความสามัคคีให้กับประเทศชาติได้อย่างไม่มีที่ติ ซึ่งข่าวการวิ่งของพี่ตูน บอดี้สแลมถือว่าเป็นกระแสไม่ใช่แค่ประเทศไทยเพียงอย่างเดียวแต่ยังเป็นกระแสที่โด่งดังไปทั่วโลกอีกด้วยกับการวิ่งจากภาคใต้สุดไปยังภาคเหนือสุดด้วยระยะทางหลายพันกิโลเมตร

ข่าวพี่ตูน บอดี้สแลมกับการเป็นพี่เลี้ยงให้กับก้อย รัชวิน การวิ่งฮาล์ฟมาราธอน 32 กม.

หลังการวิ่งที่เป็นกระแสครั้งใหญ่ของพี่ตูน บอดี้สแลม นอกจากคนไทยจะได้ทำความรู้จักกับผู้ชายคนนี้มากขึ้นแล้ว หนึ่งสาวที่คอยวิ่งเคียงข้างเขาอยู่เสมอก็คือ สาวก้อน รัชวิน แฟนสาวของพี่ตูน บอดี้สแลม ซึ่งคนไทยทั้งหลายต่างก็นับถือใจของผู้หญิงคนนี้อย่างแท้จริง แม้จะไม่ได้วิ่งทุกระยะทางเหมือนกับพี่ตูน แต่การที่เธอเสียสละความสุขความสบายด้วยการมาออกวิ่งระยะทางไม่ใช่น้อยๆ แบบนี้ก็ถือว่าเป็นการทำเพื่อคนไทยอย่างแท้จริงเช่นเดียวกัน ซึ่งเมื่อจบจากการวิ่งในโครงการก้าว…คนละก้าวแล้วเธอก็ยังคงเป็นคนที่ถูกพูดถึงอย่างมากโดยเฉพาะการที่เธอกลายเป็นคนที่รักการวิ่งไปโดยปริยาย ล่าสุดเธอก็ได้มีโอกาสลงวิ่งฮาล์ฟมาราธอนระยะทาง 32 กม. ซึ่งถือเป็นการวิ่งแบบจริงจังครั้งแรกในชีวิตทางด้านของพี่ตูน บอดี้สแลม เองงานนี้หวั่นเกรงว่าแฟนสาวอาจจะมีปัญหาเรื่องการวิ่งจึงอาสามาเป็นพี่เลี้ยงเพื่อช่วยแนะนำเทคนิคต่างๆ ในการวิ่งให้กับเธอ แม้จะมีการเตือนว่าเส้นทางที่เธอจะลงวิ่งนี้ค่อนข้างโหดไม่น้อย มีเนินเยอะแต่นั่นก็ไม่ทำให้เธอยกเลิกความตั้งใจแต่อย่างใด

ส่วนหนึ่งก็คงต้องบอกว่าเธอได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจากพี่ตูน บอดี้สแลม แฟนหนุ่มที่แสดงให้เห็นว่าการวิ่งนอกจากจะเป็นการออกกำลังกายที่ดีแล้วยังสามารถสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่นๆ ได้อีกมากมายซึ่งในที่สุดระยะทาง 32 กม. ของสาวก้อยก็สิ้นสุดที่ระยะเวลา 3.52 ชม. ถือเป็นการวิ่งที่ทรหดและน่านับถืออย่างยิ่งรวมถึงนับถือน้ำใจของพี่ตูน บอดี้สแลม กับการทำเพื่อคนไทยอย่างแท้จริงด้วย

1 2